วันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2560

คู่มือการเขียนอ้างอิงและบรรณานุกรมของภาคนิพนธ์และวิทยานิพนธ์



คู่มือการเขียนอ้างอิงและบรรณานุกรมของภาคนิพนธ์และวิทยานิพนธ์
ระดับบัณฑิตศึกษา
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม

การอ้างอิงตามแบบ APA, 6th Edition
(American Psychological Association, 6th Edition)
ความหมาย
           การอ้างอิงเอกสาร (In text citations) หมายถึง ข้อความที่เขียน หรือพิมพ์ ไว้ในเนื้อหาหรือแทรกปนไปกับเนื้อหา ข้อความยืนยันและแสดงหลักฐานการค้นคว้า และข้อความระบุที่มาของความรู้ที่ใช้ในงานวิจัย รายงาน
           บรรณานุกรม (Bibliography) หมายถึง เอกสารที่นามาอ้างอิงในการค้นคว้าวิจัย ภาคนิพนธ์ หรือรายงาน เอกสารที่นามาอ้างอิงได้แก่ หนังสือ วารสาร เอกสาร และสิ่งพิมพ์ต่างๆ และการนำรายการเอกสารมาจัดเรียงตามลาดับอักษรชื่อผู้แต่ง (ภาษาไทย) หรือนามสกุลผู้แต่ง (ภาษาอังกฤษ) และเขียนรายละเอียด
อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์มาตรฐานสากล

ที่มา
      การอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหาตามหลักเกณฑ์ APA (American Psychological Association) พัฒนามาจากนักสังคมศาสตร์และนักพฤติกรรมศาสตร์มากว่า 80 ปี เพื่อเป็นมาตรฐานในการเขียนอย่างเป็นระบบสำหรับภาคนิพนธ์ การทาวิจัย รายงานการวิจัย การทบทวนวรรณกรรม บทความและกรณีศึกษา สำหรับนักเขียนและนักศึกษาซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายในสาขาวิชาสังคมศาสตร์และจิตวิทยา กฎเกณฑ์การอ้างอิงนี้ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้มีความชัดเจนในการลงรายการงานเขียนที่เป็นรูปแบบเดียวกัน เช่น การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและคาย่อ โครงสร้างตาราง การลงรายการอ้างอิง และการนาเสนอสถิติ

      สำหรับ APA 6th edition มีการปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัยเพื่อรองรับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยได้เพิ่มแนวทางในการลงรายการอ้างอิงสำหรับสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ข้อมูลเสริม และการอ้างอิงจากเว็บไซต์ โดยในบางส่วนได้ดัดแปลงให้เหมาะสมกับการนามาใช้ในการอ้างอิงเอกสารภาษาไทย ซึ่งอาจมีลักษณะและข้อมูลบางอย่างแตกต่างจากเอกสารในภาษาอังกฤษ  (more)


บทความเรื่อง รูปแบบ และหลักเกณ์ การเขียนอ้างอิงและบรรณานุกรม (more)

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2558

แนวปฏิบัติที่ดี


      บัณฑิตวิทยาลัยเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ประสานในการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานในสาขาวิชาต่างๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์ การพัฒนาบุคลากรของบัณฑิตวิทยาลัยให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้วยการจัดการความรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญของการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ บัณฑิตวิทยาลัยจึงได้จัดทำแนวปฏิบัติที่ดี ดังมีรายละเอียดดังนี้






วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2558

การจัดการความรู้ (KM) ด้านการจัดการเรียนการสอน

เรื่อง การเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21  

การเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 2
               บัณฑิตวิทยาลัยเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ประสานในการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาให้มีคุณภาพ และได้มาตรฐานในสาขาวิชาต่างๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัฒน์ การพัฒนาบุคลากรของบัณฑิตวิทยาลัยให้มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 จึงเป็นสิ่งสำคัญของการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ บัณฑิตวิทยาลัยตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าวจึงจัดกิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพของคณาจารย์ด้านการเรียนการสอน เรื่อง การเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

วัตถุประสงค์
  • แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องการเสริมทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
  • สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เพื่อนำไปเผยแพร่แก่คณาจารย์และบุคลากรของบัณฑิตวิทยาลัย


 กระบวนการจัดการความรู้ เรื่อง การเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

คู่มือการเสริมสร้างทักษะ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21





การจัดการความรู้ (KM) ด้านการปฏิบัติงาน (สายสนับสนุน)

เรื่อง กระบวนการทำวิทยานิพนธ์และภาคนิพนธ์ ระดับบัณฑิตศึกษา

           บัณฑิตวิทยาลัยเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ประสานในการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาให้มีคุณภาพ และได้มาตรฐานในสาขาวิชาต่างๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัฒน์ การพัฒนาบุคลากรของบัณฑิตวิทยาลัย ให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้วยการจัดการความรู้ จึงเป็นสิ่งสำคัญของการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ บัณฑิตวิทยาลัยตระหนังถึงความสำคัญดังกล่าว จึงจัดกิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากร ในการบริหารจัดการด้วยการจัดการความรู้ของบุคลากรสายสนับสนุน เรื่อง กระบวนการทำวิทยานิพนธ์ และภาคนิพนธ์ ระดับบัณฑิตศึกษาขึ้น


วัตถุประสงค์


  • เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการระดับบัณฑิตศึกษาด้วยการจัดการความรู้
  • เพื่อสร้างบรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการระดับบัณฑิตศึกษาด้วยการจัดการความรู้ ด้านกระบวนการทวิทยานิพนธ์ และภาคนิพนธ์ ระดับบัณฑิตศึกษา


สรุปองค์ความรู้ เรื่อง กระบวนการทำวิทยานิพนธ์ และภาคนิพนธ์ ระดับบัณฑิตศึกษา



วีดีโอคลิปแสดงขั้นตอนการให้คำแนะนำกระบวนการทำวิทยานิพนธ์ และภาคนิพนธ์ แก่นักศึกษา


การจัดการความรู้ (KM) ด้านการวิจัย

เรื่อง การเขียนบทคัดย่อให้มีประสิทธิภาพ

             การเขียนบทคัดย่องานวิจัยมีว้ตถุประสงค์เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจภาพรวมของบัณฑิตวิทยาลัย เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ประสานในการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาให้มีคุณภาพ และได้มาตรฐานในสาขาวิชาต่างๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัฒน์ การพัฒนาบุคลากรของบัณฑิตวิทยาลัย ให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้วยการจัดการความรู้ จึงเป็นสิ่งสำคัญของการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ บัณฑิตวิทยาลัยตระหนังถึงความสำคัญดังกล่าว จึงจัดกิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพของคณาจารย์และเจ้าหน้าที่ด้านการวิจัย เรื่อง การเขียนบทคัดย่อให้มีประสิทธิภาพ


วัตถุประสงค์


  • เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องการเขียนบทคัดย่อ
  • เพื่อสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการเขียนบทคัดย่อให้มีประสิทธิภาพ
  • เพื่อจัดทำแนวทางการเขียนบทคัดย่อให้มีประสิทธิภาพ


แนวทางการเขียนบทคัดย่อให้มีประสิทธิภาพ

            การเขียนบทคัดย่อภาคนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ ของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ต้องมีเนื่อหา 4 ย่อหน้าดังนี้
  • ย่อหน้าที่ 1 ระบุถึงวัตถุประสงค์ของการวิจัย (Objectives)
  • ย่อหน้าที่ 2 อธิบายวิธีการวิจัย (Research Method) ซึ่งควรครอบคลุมแบบแผนการวิจัยกลุ่มตัวอย่าง วิธีการสุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
  • ย่อหน้าที่ 3 ระบุผลการวิจัย (Findings) ที่ครอบคลุมตามวัตถุประสงค์การวิจัยและมีรายละเอียดในส่วนที่เป็นข้อค้นพบที่สำคัญ 
  • ย่อหน้าที่ 4 สรุปข้อค้นพบจากการวิจัย และข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ [Conclusion and Recommendation (if any)

          ตัวอย่างแบบฟอร์มการพิมพ์บทคัดย่อ